Follow Us:

Presentations / การนำเสนอ

Click on title to download the actual presentation.

คลิกที่หัวข้อการนำเสนอเพื่อดาวน์โหลดไฟล์

Keynotes:  International standards on the conservation of World Heritage Sites

การบรรยายเปิดประเด็น: มาตรฐานสากลสำหรับการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก

1. From Venice Charter to Nara+20

The presentation explains comprehensively the development of philosophy of heritage conservation, from 1965 when The International Charter for the Conservation and Restoration of Monuments and Sites was conceived in Venice, to the revolution of concept of authenticity through Nara Document on Authenticity in 1993 and its even more progressive offshoot, the Nara+20 on Heritage Practices, Cultural Values and the Concept of Authenticity (2014).

๑. จากกฎบัตรเวนิส สู่ นารา+๒๐

การนำเสนอนี้มุ่งอธิบายโดยละเอียดถึงพัฒนาการของความคิดด้านการอนุรักษ์แหล่งมรดก จากจุดเริ่มต้นของ กฎบัตรนานาชาติว่าด้วยการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานและแหล่งมรดก (International Charter for the Conservation and Restoration of Monuments and Sites) ณ กรุงเวนิส ในปี ค.ศ. ๑๙๖๕ (พ.ศ. ๒๕๐๘) มาจนถึงการปฏิวัติแนวคิดด้านความแท้ (authenticity) ใน เอกสารนาราว่าด้วยความแท้ (Nara Document on Authenticity) ในปี ค.ศ. ๑๙๙๓ (พ.ศ. ๒๕๓๖) และการแตกยอดที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นใน เอกสารนารา+๒๐ ว่าด้วยธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับมรดก คุณค่าทางวัฒนธรรมและแนวคิดเรื่องความแท้ (Nara+20 on Heritage Practices, Cultural Values and the Concept of Authenticity) ค.ศ. ๒๐๑๔ (พ.ศ. ๒๕๕๗)

2. The latest development of guidelines and standards on the management of archaeological heritage

The presentation addresses the difference of outcomes generated from approaches with suitability and feasibility, when applying the concept of World Heritage Convention and its Operational Guidelines. The debate has led to the draft of ICOMOS-ICAHM guidelines to recommend approaches to assess the feasibility of establishing a sustainable management system for archaeological sites that are open to the public, and to guide the development of such system.

๒. พัฒนาการล่าสุดของแนวทางและมาตรฐานด้านการบริหารจัดการมรดกทางโบราณคดี

การนำเสนอนี้มุ่งเสนอประเด็นความแตกต่างของผลลัพธ์จากการปฏิบัติงานบนรากฐานของความเหมาะสม (suitability) และความเป็นไปได้ (feasibility) เมื่อนำแนวคิดของอนุสัญญามรดกโลกและแนวทางการปฏิบัติงานตามอนุสัญญามาใช้จริง ข้ออภิปรายนี้นำไปสู่การร่างแนวทางการปฏิบัติโดยอิโคโมส-ไอคาห์ม เพื่อแนะนำวิธีการในการประเมินความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบการบริหารจัดการที่ยั่งยืนแก่แหล่งโบราณคดีที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม และชี้แนะแนวทางการพัฒนาระบบดังกล่าว


Session 1: Evolving principles and practices in the conservation of brick monuments for World Heritage Sites

ช่วงที่ ๑: หลักการและแนวทางการปฏิบัติแบบสากล ในการอนุรักษ์โบราณสถานอิฐ สำหรับแหล่งมรดกโลก

3. Mỹ Sơn World Heritage Site and its Conservation

The presentation showcases processes of conservation of Mỹ Sơn Sanctuary World Heritage Site. It explicates characterization of original materials and techniques, analysis of causes of damage, methodologies of intervention and selected materials and techniques for conservation and restoration. 

๓. แหล่งมรดกโลกปูชนียสถานหมีเซิน และการอนุรักษ์

การนำเสนอนี้บรรยายขั้นตอนการอนุรักษ์โบราณสถานในแหล่งมรดกโลกปูชนียสถานหมีเซินโดยละเอียด รวมถึงการอธิบายประเภทและลักษณะของวัสดุและเทคนิคดั้งเดิม การวิเคราะห์สาเหตุของการเสื่อมสภาพ ขั้นตอนวิธีการเข้าปฏิบัติงาน รวมถึงวัสดุและเทคนิคที่เลือกใช้ในการอนุรักษ์และบูรณะปฏิสังขรณ์

4. Angkor World Heritage Site and its Conservation

The presentation explains the evolution of the use of brick and stone in Khmer civilization that has influenced the particular history of restoration approaches at Angkor World Heritage Site. It also provides a case study of decision between structural consolidation and restoration, as well as suggests new possible approaches.

๔. แหล่งมรดกโลกเมืองพระนคร และการอนุรักษ์

การบรรยายนี้อภิปรายแนวคิดวิวัฒนาการของการใช้อิฐและหินในอารยธรรมขอม ซึ่งมีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์วิธีการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกเมืองพระนคร ทั้งยกตัวอย่างของการตัดสินใจระหว่างการเสริมความมั่นคงโครงสร้างและการบูรณปฏิสังขรณ์ และชี้แนะวิธีการใหม่ที่เป็นไปได้


Session 2: Brick monument conservation in Historic City of Ayutthaya World Heritage Site: challenges and responses

ช่วงที่ ๒: การอนุรักษ์โบราณสถานอิฐในแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา: ความท้าทาย และสิ่งที่ดำเนินการ

5. Conservation of Historic City of Ayutthaya World Heritage Site against Big Floods

The presentation recounts Dr. Nishiura’s mission as an ICOMOS advisor to survey post-flood restoration of Historic City of Ayutthaya and provide recommendations to the World Heritage Committee regarding the state of conservation of the site. It details his observation on direct impacts of the floods to the historic structures and interior mural paintings. The speaker also encloses suggestions to Fine Arts Department on both modern and traditional measures to mitigate the flood risk in the future.

๕. การอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจากมหาอุทกภัย

การบรรยายนี้เป็นการเล่าภารกิจของ ดร. นิชิอุระ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่อิโคโมสมอบหมายให้มาสำรวจการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานหลังเหตุอุทกภัย ณ แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และให้คำแนะนำต่อคณะกรรมการมรดกโลก เรื่องสถานการณ์การอนุรักษ์ของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ วิทยากรมุ่งอธิบายข้อสังเกตเกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงของอุทกภัยต่อโครงสร้างทางประวัติศาสตร์และจิตรกรรมฝาผนังภายใน พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแก่กรมศิลปากรเกี่ยวกับมาตรการทั้งสมัยใหม่และตามภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อการลดความเสียหายจากความเสี่ยงต่ออุทกภัยในอนาคต

6. The development of Master Plan for the Management of Historic City of Ayutthaya World Heritage Site

The Fine Arts Department has revised a new Master Plan for the Management of Historic City of Ayutthaya World Heritage Site (2016). The plan tackles three key issues, namely, (1) cooperation between different agencies, (2) law enforcement and monitoring measures and (3) approaches that are relevant to present situation. The Master Plan specifies measures to improve regulations of Fine Arts Department in controlling buildings and structures within the area of archaeological remains in the island district of Phra Nakorn Si Ayutthaya, in accordance to the Ancient Monuments, Antiques & National Museums Act (1961). Such measures include suppression, demolition and modification of new buildings, controlled height of buildings, distance from archaeological ruins, forms and materials used for construction that conform with the historic environment, as well as activities that are allowed within the areas of historic sites.

๖. การพัฒนาแผนแม่บทเพื่อการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

กรมศิลปากรได้ปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งครอบคลุมการแก้ไขปัญหา 3 ประเด็น ได้แก่ (๑) ด้านการประสานงานระหว่างหน่วยงาน (๒) ด้านการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเฝ้าระวัง และ (๓) ด้านแนวทางที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน แผนแม่บทระบุมาตรการปรับปรุงกฎระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วยการควบคุมอาคารและสิ่งปลูกสร้างใหม่ภายในเขตโบราณสถานเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ภายใต้พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งครอบคลุมเรื่องการห้ามปลูกสร้าง รื้อถอนหรือดัดแปลงอาคาร ความสูงอาคาร ระยะห่างจากโบราณสถาน การใช้รูปแบบและวัสดุก่อสร้างที่กลมกลืนกับโบราณสถาน และกิจกรรมที่สามารถทำได้ในเขตโบราณสถาน

7. Preventive measures for a brick monument from salt weathering: an on-site study at Wat Mahathat, Ayutthaya

The collaborative project between Japan’s National Research Institute of Cultural Properties and Fine Arts Department to investigate environmental impacts to the historic sites started in 1992. It engrossed extensive site surveys and records on weathering states of damaged brick walls at Wat Mahathat, and introduced on-site experimentation of hydrophobic treatment. The result monitoring over a decade has revealed the durability of such treatment.

๗. มาตรการป้องกันการเสื่อมสภาพจากเกลือในโบราณสถานอิฐ: การศึกษาภาคสนามที่วัดมหาธาตุ พระนครศรีอยุธยา

โครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยด้านมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น และกรมศิลปากร เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบทางสภาพแวดล้อมต่อแหล่งประวัติศาสตร์นั้น เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ โครงการดังกล่าวประกอบด้วยการลงพื้นที่สำรวจหลายครั้ง และการบันทึกลักษณะการเสื่อมสภาพของกำแพงอิฐที่วัดมหาธาตุ นอกจากนี้ โครงการยังได้ริเริ่มการทดลองใช้สารที่มีคุณสมบัติไม่ซึมน้ำ (Hydrophobic treatment) ณ แหล่งมรดก ผลลัพธ์ที่ได้เฝ้าสังเกตมากว่าทศวรรษนั้นได้บ่งบอกถึงความคงทนของการอนุรักษ์ด้วยวิธีนี้

8. German Wat Ratchaburana Safeguarding Project - Documentation, research, conservation and training

The German Wat Ratchaburana Safeguarding Project began in 2012 after the flood. The German Government offered direct support to the Ministry of Culture in conservation of one of five temples in need of urgent intervention. The project was implemented in 5 phases in parallel with on-site training of a group of workers from Fine Arts Office 3 Ayutthaya.

1. Workplan and scope of the project: covering restoration of stucco and plaster on the main prang and its pedestal and the front vihara.

2. Identification and documentation of archaeological artefacts, in particular pieces of Buddha images scattered across the temple. Thorough measurement and recording helped saving time and labour.

3. Site Documentation which includes mapping of deterioration patterns of different sides of the main prang, scientific experimentation to identify formulae of lime that are compatible to the site.

4. Application of experimented materials, development of restoration plan in line with conservation principles, and implementation of the plan.

5. Quality control, maintenance plan and production of handbook on stucco conservation specially for Wat Ratchaburana. 

๘. โครงการอนุรักษ์วัดราชบูรณะโดยประเทศเยอรมนี – การบันทึกข้อมูล การวิจัย การอนุรักษ์และการจัดอบรม

โครงการอนุรักษ์วัดราชบูรณะเริ่มต้นขึ้นในปี ๒๕๕๕ หลังเหตุการณ์อุทกภัย โดยรัฐบาลประเทศเยอรมนีให้การสนับสนุนโดยตรงแก่กระทรวงวัฒนธรรมในการบำรุงรักษา ๑ ใน ๕ วัดที่ต้องการการช่วยเหลือเร่งด่วน โครงการแบ่งออกเป็น ๕ ระยะ โดยปฏิบัติควบคู่กับการฝึกอบรมช่างของสำนักศิลปากรที่ ๓ จำนวนหนึ่ง

๑. จัดทำแผนงาน ระบุขอบเขตพื้นที่ทำงานและแรงงานที่ต้องใช้ โดยขอบเขตของโครงการนี้คือ การซ่อมแซมเฉพาะปูนปั้นและปูนฉาบของปรางค์ประธานและฐาน และวิหารด้านหน้า

๒. การระบุและบันทึกโบราณวัตถุ โดยเฉพาะชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่กระจัดกระจายทั่ววัด โดยใช้การวัดและบันทึกอย่างละเอียดซึ่งช่วยให้ประหยัดเวลาและแรงงาน

๓. การบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับแหล่ง ซึ่งรวมถึงการวาดแผนที่รูปแบบการเสื่อมสภาพในทิศต่างๆของปรางค์ประธาน และการทดลองทางวิทยาศาสตร์หาสูตรปูนต่างๆที่ปลอดภัยกับโบราณสถาน

๔. การทดลองวัตถุดิบที่แหล่ง การพัฒนาแผนการบูรณะโดยวิเคราะห์ปัญหาควบคู่กับหลักการสากลในการอนุรักษ์ และการลงมือปฏิบัติ

๕. การควบคุมคุณภาพ และการวางแผนรักษาสภาพ โดยจัดทำคู่มือการอนุรักษ์ปูนปั้นสำหรับวัดราชบูรณะโดยเฉพาะ

9. Conservation and training project at Historic City of Ayutthaya

The project received Ambassadors Fund for Cultural Preservation grants through the US Embassy in Thailand and World Monuments Fund’s additional funding through the Robert Wilson Challenge Grants. With the focus at conserving monuments in Chai Wattanaram Temple Complex, the FAD-WMF partnership mapped out four principal activities:

1. Designing and reconstructing the south flood barrier,

2. Updating base documentation on existing conditions,

3. Developing flood and drainage master plan, and

4. Organizing pilot conservation programme with a capacity building component for Fine Arts Department staff.

Training workshops that have been organized to benefit the Fine Arts Department, to date, include (1) bio-growth cleaning methods on historic buildings, (2) animal pest control for monuments and archaeological sites, (3) brick conservation in Southeast Asia, and (4) injection grouts for architectural surfaces and first approaches to stucco and wall painting cleaning methods. Two more workshops have been foreseen for lacquer and decorative surfaces conservation and wall painting conservation.

The presentation also proposes World Monuments Fund’s recommendation to train skilled masons and workers, who work on historic buildings but have no awareness in conservation principles and materials, to become the key persons in carrying out future conservation project and daily care of the monuments and artefacts. 

๙. โครงการอนุรักษ์และจัดอบรมที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

โครงการความร่วมมือระหว่างกองทุนโบราณสถานโลกและกรมศิลปากรได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเพื่อการปกป้องวัฒนธรรมและกองทุนโรเบิร์ต วิลสัน ชาเลนจ์ โครงการดังกล่าวมุ่งอนุรักษ์โบราณสถานในวัดไชยวัฒนาราม ประกอบด้วย ๔ กิจกรรม ได้แก่

๑. การออกแบบและสร้างกำแพงกั้นน้ำทิศใต้ขึ้นมาใหม่

๒. การเพิ่มเติมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันให้ทันสมัย

๓. การพัฒนาแผนแม่บทเกี่ยวกับอุทกภัยและการระบายน้ำ และ

๔. การจัดโครงการอนุรักษ์นำร่อง ซึ่งมีองค์ประกอบด้านการเสริมสร้างศักยภาพสำหรับบุคคลากรกรมศิลปากร

การสัมมนาอบรมที่ได้จัดขึ้นแล้ว ได้แก่ (๑) วิธีการทำความสะอาดวัชพืชบนโบราณสถาน (๒) การควบคุมและกักกันสัตว์รบกวนที่แหล่งโบราณสถาน (๓) การอนุรักษ์อิฐในเอเชียอาคเนย์ และ (๔) การยาแนวพื้นผิวสถาปัตยกรรมและการเกริ่นนำเรื่องวิธีการทำความสะอาดปูนปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง การอบรมอีก ๒ ครั้งมีจุดประสงค์เพื่อการอภิปรายเรื่องการอนุรักษ์งานลงรักและงานประณีตศิลป์ และการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง

นอกจากนี้ การบรรยายของกองทุนโบราณสถานโกยังได้เสนอให้ฝึกอบรมช่างและคนงานที่มีฝีมือ ที่ทำงานอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ แต่ไม่ได้มีความรู้เจาะจงด้านแนวคิดการอนุรักษ์และการใช้วัสดุเพื่อการอนุรักษ์ โดยมีจุดปรางค์เพื่อสร้างบุคคลากรหลักในการดำเนินโครงการอนุรักษ์ในอนาคต และในการดูแลโบราณสถานและโบราณวัตถุอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ


 

Session 3:  Revival of traditional craftsmanship in brick and lime conservation for World Heritage Sites

ช่วงที่ ๓:  การฟื้นฟูงานช่างฝีมือแบบดั้งเดิมของงานอนุรักษ์อิฐและปูนโบราณสำหรับแหล่งมรดกโลก

10. Traditional Knowledge System in the Conservation of World Heritage Sites in India

The presentation details out two Indian case studies of conservation of Moghul Empire’s Serai Lashkari Khan, which is a part of a World Heritage Tentative List Site, and Qila Patti of Tarn Taran District. The two examples reflect the careful application of processes and principles of conservation in reality, from preparation of comprehensive conservation plan, material and technique studies, monument condition mapping, value and risk identification, assessment and analysis, to debates on appropriate application of fundamental conservation principles to control the intervention to the site’s integrity. The speaker emphasizes the importance of understanding the science of materials to the assurance of work quality and the understanding of communities, including local people, pilgrims and tourists, and their expectations of the place. She also suggests post-restoration measures, such as rainwater management that supports the sustainability of the site. 

๑๐. ระบบความรู้ดั้งเดิมในการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกในประเทศอินเดีย

การนำเสนอนี้บรรยายกรณีศึกษา ๒ กรณี ได้แก่การอนุรักษ์ เซราย ลาชคาริ ข่าน ที่พักทหารสมัยจักรวรรดิโมกุล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งที่ได้รับขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้นก่อนเป็นมรดกโลก และป้อมกีลา พัตติ ในมณฑลทาร์น ทาราน ตัวอย่างทั้งสองนี้สะท้อนการปฏิบัติอย่างระมัดระวังตามกระบวนการและหลักการด้านการอนุรักษ์ ซึ่งเป็นไปได้ในการทำงานจริง ขั้นตอนทั้งหมดรวมถึงการเตรียมแผนการอนุรักษ์ที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ การศึกษาวัสดุและเทคนิค การทำแผนที่ตรวจสอบสภาพอาคาร การระบุ ประเมินและวิเคราะห์คุณค่าและความเสี่ยง ไปจนถึงการตอบโต้ประเด็นเรื่องการใช้หลักการด้านการอนุรักษ์อย่างเหมาะสม เพื่อควบคุมการแทรกแซงความครบถ้วนสมบูรณ์ของแหล่งมรดก วิทยากรได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ของวัสดุ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของงาน และความเข้าใจในชุมชน ซึ่งรวมถึงคนท้องถิ่น ผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยว และความคาดหวังของชุมชนเหล่านี้ต่อแหล่งมรดก ทั้งนี้วิทยากรชี้แนะมาตรการหลังการบูรณะต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการน้ำฝน ซึ่งส่งผลต่อความยั่งยืนของแหล่งมรดก

11. Use of traditional materials and techniques in the conservation of Angkor World Heritage Site

The presentation underscores the importance of scientific research and multidisciplinary approaches to learn about traditional materials, designs and techniques of the brick-associated monuments. It is essential that the conservators know first how ancient bricks and pastes were made and used, how construction techniques were adopted, as well as the architectural and structural behaviors. 

Despite extensive studies of various exemplary ancient Khmer sites, little have we known of the sophisticated technical knowledge on construction from thousand years of history. Nevertheless, professionals have managed to learn useful information from their hands-on experience at conservation and restoration projects in Angkor. The speaker will present the experience on the recent project on structural intervention that he has been involved, especially on the use of traditional materials and techniques, and discuss on what we need to know more about the brick-built temples for better conservation.

๑๑. การใช้วัสดุและเทคนิคดั้งเดิมในการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกในประเทศกัมพูชา

การนำเสนอนี้ชี้ถึงความสำคัญของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และวิธีการที่ให้สหสาขาวิชาชีพมีส่วนร่วมในการเรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุ รูปแบบและเทคนิคดั้งเดิมของโบราณสถานประเภทอิฐ นักอนุรักษ์ควรทราบเสียก่อนว่าอิฐและปูนโบราณนั้นผลิตและใช้งานอย่างไร เทคนิคการก่อสร้างนั้นปฏิบัติอย่างไร รวมถึงพฤติกรรมธรรมชาติของสถาปัตยกรรมและโครงสร้างต่างๆ 

ถึงแม้กัมพูชาจะมีแหล่งโบราณสถานขอมจำนวนมากให้ศึกษาอย่างกว้างขวาง ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงความรู้เชิงเทคนิคด้านการก่อสร้างที่ซับซ้อนได้เท่าที่ควรจากประวัติศาสตร์นับพันปี อย่างไรก็ตาม ผู้ปฏิบัติงานก็ยังสามารถเรียนรู้ข้อมูลที่มีประโยชน์ได้จากการลงมือดำเนินการโครงการอนุรักษ์และบูรณะในเมืองพระนคร วิทยากรจะนำเสนอประสบการณ์ของท่านในโครงการครั้งล่าสุด โดยเฉพาะเรื่องการใช้วัสดุและเทคนิคดั้งเดิม และอภิปรายถึงสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดโบราณสถานอิฐ เพื่อการอนุรักษ์ที่ดียิ่งขึ้น

12. Revival of Thai traditional building craftsmanship for World Heritage conservation

The presentation backgrounds on the World Heritage Committee’s recommendations for actions to Thai Government, which have led to several parallel projects and collaborations with international organizations. The Fine Arts Department has directed their activities in three main tiers:

1. Curriculum development and capacity-building activities for professionals involved in conservation,

2. Comprehensive updating of Management Plan and establishment of local control mechanism, and

3. Knowledge exchange through International Symposium on the Conservation of Brick Monuments at World Heritage Sites.

Using experience gained from cooperation with international institutes both on field research and capacity-building, Fine Arts Department has initiated a project with UNESCO Bangkok to develop curriculum that is compatible to needs of different groups of professionals and workers involved in conserving Thailand’s cultural World Heritage Properties with Historic City of Ayutthaya as the pilot site.

Supported generously by the Crown Property Bureau, the project encompasses pre-execution analyses on situation of workmanship and cultures (social anthropological approaches) and scientific field collection and laboratory sessions to find out physical, chemical and mechanical properties and decay mechanism of different materials used to build and restore archaeological sites in Ayutthaya. The two analyses are the basis for knowledge, skill sets and teaching approaches used in delivering the curriculum, and subsequently, in the revision of policy that encourages more qualitative project monitoring. The content in the working draft 

๑๒. การฟื้นฟูภูมิปัญญาช่างฝีมือสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมเพื่อการอนุรักษ์มรดกโลก

การนำเสนอนี้เกริ่นนำถึงข้อแนะนำของคณะกรรมการมรดกโลกต่อรัฐบาลไทย ซึ่งนำไปสู่โครงการคู่ขนานหลายโครงการและความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติ โดยกรมศิลปากรได้มุ่งการดำเนินงานกิจกรรมใน ๓ แขนง ได้แก่

๑. การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเสริมศักยภาพสำหรับบุคคลากรอาชีพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอนุรักษ์

๒. การปรับปรุงแผนแม่บทที่ครอบคลุมด้านต่างๆ และการจัดตั้งระบบการควบคุมระดับท้องถิ่น

๓. การแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการประชุมสัมมนานานาชาติว่าด้วยการอนุรักษ์โบราณสถานอิฐในแหล่งมรดกโลก

กรมศิลปากรใช้ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานร่วมกับสถาบันต่างชาติ ทั้งด้านการวิจัยภาคสนามและการเสริมสร้างศักยภาพบุคคลากร สู่การริเริ่มโครงการร่วมกับองค์การยูเนสโก กรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่มีความสอดคล้องกับความจำเป็นของกลุ่มผู้ปฏิบัติการประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย โดยมีนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นแหล่งนำร่อง โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ก่อนลงมือร่างหลักสูตร ได้แก่ การวิเคราะห์สถานการณ์ด้านอาชีพและฝีมือช่าง (การวิจัยเชิงสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา) และการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพื่อระบุคุณสมบัติทางกายภาพ เคมีและเชิงกล รวมถึงกลไกการเสื่อมสภาพของวัสดุต่างๆที่ใช้ในการสร้างและซ่อมบำรุงโบราณสถานในพระนครศรีอยุธยา การวิเคราะห์ทั้งสองแขนงนี้จะเป็นรากฐานขององค์ความรู้ ความชำนาญ และวิธีการเรียนการสอนที่ใช้ในการสืบทอดหลักสูตร และเป็นข้อพิจารณาในกรณีที่มีการพัฒนาทางนโยบายเพื่อสนับสนุนการควบคุมคุณภาพโครงการ นอกจากนี้ วิทยากรจะนำเสนอร่างเนื้อหาของหลักสูตร ซึ่งคาดว่าจะนำมาดำเนินการอบรมนำร่องในปี พ.ศ. ๒๕๖๐

13. Use of traditional materials in stucco conservation in Thailand

This presentation explicates the procedures in conducting conservation of stucco and mural paintings by Fine Arts Department, from the steps of desk-based research on palm-leaf scriptures, historical documents as well as oral tradition of master artisans that has passed on for generations. The process of identifying the materials that have the most similar components to the traditional materials involves the thorough study of related natural resources and usage in ancient time. Mostly we have found that the necessary resources are still widely acquirable in the locality where the heritage sites are situated. There are only few materials that we need to seek for quality production elsewhere. Upon collecting all the comparative materials, we undertake experiments to mix different ingredients for different purposes of application in the conservation, adhering to the principle that the newly mixed or produced materials must be similar to the original materials as much as possible. Therefore, on-site testing is an unavoidable process.

๑๓. การใช้วัสดุดั้งเดิมในการอนุรักษ์ปูนปั้นในประเทศไทย

การนำเสนอนี้อธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานอนุรักษ์ปูนปั้นและจิตรกรรมฝาผนังของกรมศิลปากร ตั้งแต่ขั้นตอนการสืบค้นข้อมูลของแหล่งที่จะอนุรักษ์จากสมุดไทย เอกสารประวัติศาสตร์และจากคำบอกเล่าของช่างครูจากรุ่นสู่รุ่น โดยในขั้นตอนการระบุวัสดุที่ใกล้เคียงวัสดุดั้งเดิมนั้นเริ่มตั้งแต่การศึกษาว่าวัตถุดิบธรรมชาติและวิธีการใช้แต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็น อิฐ หิน หรือทรายนั้นเป็นวัตถุดิบที่นำมาจากท้องถิ่นหรือจากแหล่งอื่น โดยส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นวัตถุดิบที่ยังหาได้อย่างทั่วถึงในแหล่ง มีเพียงวัสดุบางอย่างที่ต้องเสาะหาเพิ่มเติมจากแหล่งที่ผลิตได้คุณภาพดี เมื่อได้วัสดุเทียบเคียงแล้ว จำเป็นต้องมีการทดลองผสมหาอัตราส่วนที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในแต่ละจุดประสงค์ของการอนุรักษ์ โดยยึดหลักการผสมและผลิตใหม่ที่ใกล้เคียงกับลักษณะของวัสดุดั้งเดิมให้มากที่สุด การทดสอบจริงที่แหล่งจึงเป็นขั้นตอนที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง