<p><font color="#33711E"><strong>ESD in Thai</strong></font></p>
การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในการประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก เมื่อเดือนธันวาคม 2545 มีมติประกาศให้ปี ค.ศ. 2548-2557 เป็นทศวรรษแห่งการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (United Nations Decade of Education for Sustainable Development –DESD) โดย องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมทศวรรษดังกล่าว นายโคอิชิโร มัตสุระ (Koishiro Mutsura) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ได้เปิดทศวรรษดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มีนาคม 2548 ที่สำนักงานใหญ่ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกร่วมกันบูรณาการแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่นเข้ามาบูรณาการสถานการณ์ในการเรียนรู้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน
วัตถุประสงค์ของทศวรรษการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
1. เพื่อแสดงถึงบทบาทที่สำคัญของการศึกษา และการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
2. อำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยง และสร้างเครือข่าย การแลกเปลี่ยนและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใต้ทศวรรษการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
3. ให้โอกาสเพื่อการแก้ไขและส่งเสริมวิสัยทัศน์ และการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยใช้การเรียนรู้ทุกรูปแบบกับจิตสำนึกของสาธารณชน
4. เสริมสร้างคุณภาพการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
5. พัฒนายุทธศาสตร์ในทุกระดับเพื่อสร้างศักยภาพให้กับทศวรรษการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เริ่มต้นจากแนวคิดของที่ประชุมระดับโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและพัฒนา ที่นครริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ที่เห็นว่าการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีแผนดำเนินการที่เชื่อมโยงกันระหว่างเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals) ในเรื่องประถมศึกษา โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง กับกรอบปฏิบัติการในเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาของหญิง ชาย ในทุกระดับและทุกรูปแบบการศึกษา คือการศึกษาในระบบ การศึกษานอกโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้เข้าถึงผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคม เป็นการเน้นย้ำความสำคัญของการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การศึกษาถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการหยิบยกประเด็นในเรื่องที่สำคัญๆ อาทิ การพัฒนาชนบท การดูแลสุขภาพ การมีส่วนร่วมของชุมชน สิ่งแวดล้อม รวมทั้งประเด็นทางจริยธรรมและกฏหมาย เช่น สิทธิมนุษยชน คุณค่าของมนุษย์
การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่มีต้นแบบที่เป็นสากล แต่มีการตกลงร่วมกันในเรื่องแนวคิด อาจมีความแตกต่างกันไปตามสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น การให้ความสำคัญ และวิธีการ แต่ละประเทศควรกำหนดลำดับความสำคัญ และการดำเนินการเอง ส่วนเป้าหมายและการบวนการต้องให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่เหมาะสม การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญและเกี่ยวพันกับทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา
การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นการศึกษาสำหรับทุกคน ทุกวัย และทุกสถานภาพของการเรียนรู้ การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนใช้แนวทางความร่วมมือกันระหว่างหลายหน่วยงาน รวมทั้ง สื่อมวลชน และภาคเอกชน มีการใช้รูปแบบและยุทธวิธีที่หลากหลายในการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ การอบรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ สังคม สิ่งแวดล้อม และ เศรษฐกิจ มีวัฒนธรรมเป็นตัวกลางพื้นฐานสำคัญของสามประการนี้ และเมื่อนำทั้งสามส่วนหลักมาประกอบเป็นองค์รวมแล้ว การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนมีส่วนช่วยในการพัฒนาความรู้อย่างเต็มที่ มีมุมมอง ค่านิยมและทักษะที่จำเป็นในการตัดสินใจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะการใช้ชีวิตประจำวันทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก
1. ด้านสังคม หมายถึง ความเข้าใจในเรื่องสถาบันทางสังคมและบทบาทการเปลี่ยนแปลง
และพัฒนาของสังคม
2. ด้านสิ่งแวดล้อม หมายถึง การตระหนักถึงทรัพยากรธรรมชาติและความเปราะบางของ
ธรรมชาติ
3. ด้านเศรษฐกิจ หมายถึง การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและผลกระทบของเศรษฐกิจที่มีต่อ
สิ่งแวดล้อม
4. ด้านวัฒนธรรม หมายถึง ความเชื่อและการกระทำที่แตกต่างไปตามสภาพแวดล้อม
ประวัติศาสตร์ และขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งเป็นพื้นฐานของทั้งสามด้านที่ได้กล่าวมา
วิสัยทัศน์ของการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน คือ โลกที่ทุกคนมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากการศึกษาที่มีคุณภาพ และเรียนรู้ค่านิยม พฤติกรรม
วิถีชีวิตที่จำเป็นต่ออนาคตที่ยั่งยืน และสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

