Follow Us:

ตลกมือหนึ่ง กับคำถามที่ว่ามาไกลถึงขนาดนี้แล้วทำไมยังต้องกลับไปเรียนหนังสืออีก

©Workpoint Entertainment

12.07.2013

ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก หม่ำ

หม่ำ หรือเพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา อยู่ในวงการตลกไทยมากว่า 20 ปี  เรื่องผลงาน ความสามารถ ไม่มีอะไรต้องสาธยายกันอีก แต่เรื่องที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าในมุมนึงเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในหัวใจตลกมือหนึ่งของไทย ว่าหม่ำรักเรียนขนาดไหน

ตอนนั้นทำไมไม่ได้เรียนคะ

“ช่วงเด็กๆ ครอบครัวก็ปานกลางนะก็ไม่ได้ยากจนอะไรมาก แต่เป็นคนขี้เกียจเรียน เป็นคนซนเป็นคนดื้อ ไม่รู้คุณค่าของการเรียน แต่พอโตขึ้นมาถึงได้รู้ว่า โอ..มันก็ไม่ได้สายที่จะเรียน คนยังไม่เรียนก็ยังไปเรียนได้ ผมว่าอย่างการได้ไปเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นที่ที่ทำให้คุณได้รู้ทักษะหลักๆ เพราะการเรียนใหม่ๆของทุกวันนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อน  ตอนนี้ใครที่คิดจะเรียนก็ยังไม่สาย อายุเท่าไหนก็เรียนได้ถ้าอยากเรียน”

ทราบมาว่าก่อนที่คุณหม่ำจะกลับไปเรียน ตอนนั้นมีวุฒิป.6 มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องกลับไปเรียนทั้งๆที่คุณหม่ำก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากแล้วในปัจจุบัน ทั้งชื่อเสียง และฐานะ

“คือ มันมีเวลาว่างในเสาร์-อาทิตย์เนี่ยมันดีกว่าอยู่เปล่าๆ  ไปเรียนให้มันเพิ่มทักษะตัวเองกับอาชีพการงานด้วยกับสิ่งที่เราไม่เคยรู้ ซึ่งการเรียนด้วยวิธีใหม่ๆไม่เหมือนก่อน แล้วก็ไปเรียนก็ได้เจอเพื่อนเจอฝูงก็สนุกสนานดี ก็ไปเรียนอยู่เกือบ 2-3 ปีมั้ง ก็ได้วุฒิม.6 มา ส่วนปริญญาตรีเนี่ย ผมอยากเรียนนิติฯนะ ผมชอบอ่าน ชอบกฏหมาย ผมได้ปริญญาตรีกิติมศักดิ์ และโทมหาบัณฑิตมา ถ้ามีโอกาสผมก็อยากกลับไปเรียนจริงๆอีกนะ”

คุณหม่ำได้นำสิ่งที่เรียนมาจาก กศน มาใช้ต่ออย่างไรบ้างคะ

“เอาไปใช้กับการทำงานมากกว่า จริงๆแล้วเนี่ย ผมว่าอาชีพของผมเนี่ยเป็นอาชีพตลก บางทีก็เป็นอาชีพที่มันต้องมีอะไรเอามาเสริมทักษะ ให้เรารู้ มันเอามาใช้กับการทำงานได้ ถ้าคนรู้จักใช้นะ การเรียนเป็นสิ่งที่เสริมทักษะให้อาชีพการงานเรา”

คุณหม่ำช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้มั้ยคะ  เพราะคงยังต้องมีคนสงสัยอยู่ว่าอย่างคุณหม่ำเนี่ย ยังต้องกลับไปเรียนเอาวุฒิทำไมอีก แล้วยังต้องฝึกพัฒนาทักษะอะไรอีกด้วยเหรอ

“จริงๆแล้ว ถ้าคนว่างๆอยู่นะ ผมว่าจำเป็นน่าจะไปเรียนนะ เพราะผมว่างศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ผมกลับไปเรียนดีกว่า หาวันไปเรียน วันไหนที่มันตรงมันมีงาน ก็หาเวลาสลับไปเรียนได้ คนที่คิดจะเรียนเป็นคนที่คิดดี คือ ไม่รู้อะไรเลยเราก็จะได้รู้

ผมว่าบางทีเราต้องเรียนรู้ อย่าไปคิดว่าเราเก่ง คนที่คิดว่าเหนือกว่าการเรียน คนนั้นคือคนโง่ การเรียนมันอยู่เหนือเราตลอด  มันอยู่ข้างบนเราอยู่ตลอด การเรียน 10 ปีนี้เป็นอย่างนี้ อีกสิบปีต่อไปก็ไม่เหมือนกันแล้วนะ ทักษะมันก็จะเพิ่มขึ้นๆ”  

ตอนนี้กลับไปเรียนต่อที่กศน.ก็อายุเยอะแล้ว รู้สึกกระดาก หรือมีอายๆบ้างไหมคะ

“บางคนเค้าอาย จริงๆไม่ใช่ การเรียนไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถ้าเราไปเรียนเราก็จะได้ทักษะใหม่ๆ ก็จะได้เจอเพื่อนรุ่นลูก เจอเพื่อนรุ่นน้อง และอาจจะมีคนอายุมากกว่าเราก็ได้ ถ้าเป็นเพื่อนก็จะได้แลกเปลี่ยนทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จะได้เห็นเห็นความต่างของการเรียน”

ถ้าให้คุณหม่ำแนะนำคนที่เค้าท้อแท้ เจออุปสรรค แล้วรู้สึกว่าไม่สู้แล้ว ไม่ไหวแล้ว

“ถ้าคนคิดจะท้อแท้กับสิ่งที่เราทำผิดทำพลาดในบางเรื่อง ผมจะพูดหลายครั้งว่า ถ้ามีปัญหา อย่าเดินหนีปัญหานะ เดินเข้าหาปัญหาเพื่อให้เห็นปัญหาและแก้ปัญหา พอคนเจอปัญหาแล้วหนีปัญหา ก็ไม่เจอปัญหาสิ แล้วมันจะแก้ยังไง ผมว่าถ้ามีก็เข้าหาให้ตรงจุดแล้วแก้มัน เหมือนว่าเราไม่มีเวลาเรียน ไม่มันต้องมีสิ เป็นไปไม่ได้ที่ 7 วัน คุณไม่มีเวลาเลย มันต้องมี แล้วแต่คุณจะใฝ่หรือไม่ใฝ่ก็เท่านั้นแหละ เค้าจะมีช่วงเช้ากับช่วงเย็นใช่มั้ยเราต้องเลือก ก็ไม่ได้ยากอะไร คนเราต้องมีทักษะ คนใฝ่หรือไม่ใฝ่ไม่เหมือนกัน แต่คนคิดว่าอายุมากแล้วไม่เรียนแล้ว คนนั้นคือไม่ใฝ่ ไม่รู้จะเรียนไปทำไม ธุรกิจเราก็ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ใฝ่ ก็อยากรู้เท่านั้น รู้มากได้ก่อน คิดก่อนได้ก่อน  รู้น้อยได้น้อย ทีนี้ท้อหรือไม่ท้อ มันขึ้นอยู่กับจิตใจตนเอง อยากใฝ่อยากเรียนหรือเปล่า คนไม่อยากเรียนก็คิดอยู่แค่นั้น แต่ผมว่าถ้ามีเวลา ซึ่งมันไม่ได้มากมายกับชีวิตนัก อย่างผมผมไป ผมไปนั่งเข้าเรียน ไปนั่ง ได้เจอเพื่อนใหม่ เพื่อนรุ่นลูก เพื่อนรุ่นน้อง เพื่อนรุ่นพี่ ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง ก็จะได้เห็นอะไรใหม่ๆเสริมเพิ่มทักษะไป”

คุณหม่ำมีอะไรอยากจะทิ้งท้าย โดยเฉพาะกับน้องๆกศน.

“ผมก็อยากจะให้ตั้งใจเรียน เพราะเราได้เรียนแล้วก็อยากให้เรารู้สึกอยากมาเรียนอย่างที่เราได้มาเรียนจริงๆ อย่าเรียนเพื่อว่าให้มีวุฒิ ไม่ใช่ ไม่พอ มันต้องเก่งด้วย มันต้องเก่งและเรียนจริง ไม่ใช่ไปเรียนแค่เพื่อสนุก นี่ไม่ใช่ มันต้องเรียนเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่เกมส์ มันเป็นเรื่องของที่สุดของชีวิต คนบางคนจบปริญญาตรีตอนอายุ 60 ก็มีเยอะแยะ ฉะนั้นผมว่าการเรียนเป็นสิ่งที่ดี ใครที่คิดเรียนคิดถูกแล้ว คิดโอเคเลยหล่ะ”

สัมภาษณ์โดย รจนา มโนวลัยเลา ถอดเทปโดย ปาณิสรา ไพรีพินาศ  ยูเนสโก กรุงเทพฯ

องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ จัดทำบทสัมภาษณ์พิเศษบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย อาทิเช่น นักแสดง นักร้อง และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือคนดังที่มีอิทธิพลต่อเยาวชน ถึงวิธีการสร้างแรงผลักดันจูงใจตนเอง เป้าหมายชีวิตและการทำงาน เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ และข้อคิดคำแนะนำดีๆ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชนที่รับการศึกษานอกระบบ (กศน).ทั่วประเทศ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการสร้างพลังให้แก่เยาวชนผ่านทางโทรศัพท์มือถือ” โดยองค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศไทย ในการริเริ่ม “โครงการสร้างพลังให้แก่เยาวชนผ่านทางโทรศัพท์มือถือ” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน โดยเฉพาะนักศึกษากศน. ให้เกิดมีแรงกระตุ้น และแรงจูงใจในการใช้ชีวิต รวมทั้งการเรียนรู้ทักษะชีวิตที่จำเป็น จุดเด่นจุดด้อยในตน จุดหมายในชีวิต ความสงบภายในจิตใจ ตลอดจนการสร้างนิสัยให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อโศวิรินทร์ ชวนประพันธ์ (s.chuanprapun[at]unesco.org)

เฟสบุคของโครงการฯ Youth Empowerment in Thailand