Follow Us:

ยูเนสโกสัมภาษณ์พิเศษ‘โอปอล์’ ปาณิสรา ส่งผ่านกำลังใจสู่ นักศึกษา กศน.

‘โอปอล์’ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ ดังแบบที่ไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติเหมือนนักแสดงหญิงไทยที่เป็นที่นิยมทั่วไป ความมีดีที่ความคิด ทัศนคติที่เธอมองโลก ความกล้าที่ไม่ต้องตามหรือเป็นให้เหมือนใคร และความสามารถในการทำงาน ทำให้เธอมีวันนี้ เป็นที่รัก ชื่นชอบ และชื่นชมของวัยรุ่นไทยหลายๆ คน

©UNESCO/P.Poopichayapongse

องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ ได้จัดทำบทสัมภาษณ์พิเศษบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย อาทิเช่น นักแสดง นักร้อง และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือคนดังที่มีอิทธิพลต่อเยาวชน ถึงวิธีการสร้างแรงผลักดันจูงใจตนเอง เป้าหมายชีวิตและการทำงาน เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ และข้อคิดคำแนะนำดีๆ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยทั่วไป โดยเฉพาะนักศึกษา กศน.ทั่วประเทศ โดย‘โอปอล์’ ปาณิสรา เป็นหนึ่งในนั้น  

มีการตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้อย่างไรบ้าง ?

“ปอได้ตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ว่า เมื่อเราโตขึ้นเราอยากทำอะไรก็ได้ที่เลี้ยงพ่อแม่ได้ เป้าหมายของเราคือเลี้ยงดูพ่อ แม่ให้ได้ โดยไม่ต้องให้เค้าเหนื่อย เพราะว่าตั้งแต่เล็กจนโตปอเห็นเค้าทำงาน เมื่อปอได้เงินก้อนแรก ปอก็เริ่มคิดที่จะให้เค้าหยุดแล้วปอจะทำแทนเอง นี่คือเป้าหมายค่ะ” 

แล้วมีการวางแผนเรื่องอาชีพอย่างไรบ้าง 

“ระหว่างทางนั้นเนี่ยมันก็จะมีความสับสนของเด็ก ว่าตอนโตเนี่ย ชั้นอยากทำอาชีพอะไร ชั้นชอบอะไร พยายามค้นหาตัวเอง ค้นหาสิ่งที่เราชอบ ปอใช้เวลาตอนมหาวิทยาลัยค้นทุกอย่างและลองทุกอย่างที่อยากทำ ปออยากรู้เรื่องหนัง ปอก็ไปเป็นประธานสมาพันธ์หนังของที่จุฬาฯ อยากทำอะไรปอลองให้สุด เมื่อรู้ว่าตัวเองชอบอะไรปอมาทางนั้น ปอรักการแสดง ปอไม่รู้ว่าปอจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า แต่ปอรู้ว่าถ้าได้ทำอาชีพนี้ปอจะทำมันให้ดีที่สุด และปอมีความสุขกับมัน พอเราทำได้ดีที่สุด แล้วดันมีคนชอบในสิ่งที่เราทำ เราเลยรู้ว่าเราสามารถยึดเป็นอาชีพได้และเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ เป้าหมายที่เราตั้งไว้กับระหว่างทางที่เราค่อยๆสะสมมามันสามาถไปด้วยกันได้” 

ช่วงที่ค้นหาตัวเองปอมีวิธีถามตัวเองอย่างไรว่าอันนี้แหล่ะที่ใช่ ?

“ตอนปอเรียนจบ ปอมีทางเลือกคือบริษัทที่เป็นองค์กร ซึ่งมีความมั่นคงสุดๆ เงินเดือนดี ต้องไปอยู่ต่างจังหวัด แต่เรารู้ว่าเราไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างนั้นได้ มันเป็นความสุขในความคิดคนอื่น แต่ปอไม่ไป ปอเลือกที่จะเล่นหนังเรื่องแจ๋วซึ่งบทน้อยมาก ที่เลือกเพราะว่าเราอยากเล่นบทนี้ให้ดีที่สุด ประกอบกับการที่ตอนนั้นปอยังเด็กถ้าเล่นผิด เราก็ยังมีโอกาสไปต่อ สิ่งหนึ่งคือปอไม่ได้เลือกเซฟโซนให้ตัวเอง ถ้าปอเลือกเซฟโซนให้ตัวองแล้วต้องโดนขังอยู่ในนั้นไปตลอดชีวิต ปอไม่เอา” 

สำหรับน้องๆ กศนที่ไม่มีทางเลือกหรือถูกบีบบังคับจากทางสังคมหรืออะไรหลายๆอย่างน้องควรจะทำอย่างไร ?

“ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามแต่ เงื่อนไขของทุกคนมีเหมือนกัน ทุกคนต้องโดนบีบด้วยอะไรสักอย่าง ปอไม่ได้มาจากคนที่ร่ำรวย ตอนเอนทรานซ์ปอมีโจทย์คือต้องสอบให้ติด เพราะพ่อแม่ไม่มีเงินส่งเรียน และปอเองก็ไม่ได้เรียนพิเศษเลยเพราะไม่มีเงิน สำหรับน้องๆ กศน. เค้าอาจจะไม่ได้เรียนในภาคปกติมา แต่เค้าก็ยังได้เรียน กศน. มันเป็นสิทธิที่จะทำให้คนได้เรียนเท่าๆกัน ปอไม่เชื่อในระบบการศึกษาว่าต้องเป็นในห้องเรียนเท่านั้น ปอเชื่อในศักยภาพของบุคคล ต่อให้คุณไม่ได้เรียนในห้องเรียน แต่สิ่งที่คุณได้คือประสบการณ์ชีวิต” 

สำหรับน้องๆที่ไม่ได้มีความมั่นใจในตัวเองเหมือนปอ ช่วยยกตัวอย่างได้มั้ยว่าความมั่นใจนี้เนี่ย มันมาจากไหน ?

“ง่ายที่สุดคือ ถ้าเราอยากให้คนอื่นเคารพในตัวเรา เราต้องเคารพในตัวเองก่อน เช่นถ้าปอเลี้ยงหมาอยู่ตัวหนึ่ง แล้วปอเรียกมันว่าลูก คนอื่นๆก็จะเอ็นดูมัน แต่ถ้าปอเอาเท้าเขี่ยหรือด่าหมาแรงๆ ก็จะเป็นจิตวิทยาให้คนรอบข้างรู้สึกอย่างนั้นกับหมาของเรา เช่นเดียวกับตัวเราถ้าเราไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ก็จะไม่มีใครเห็น ถ้าเรามัวแต่เฝ้าบอกตัวเองว่าเราทำไม่ได้ เราก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป จงใช้ชีวิตในแบบที่อยากใช้ ผลักดันตัวเอง เช่นเราเห็นรูปในหนังสือ เป็นรูปประเทศอเมริกาแล้วเราตั้งเป้าไว้ว่าวันนึง เราจะไปที่นั่น มันเหมือนเป็นแรงผลักให้เรา ดังนั้นถ้าน้องเฝ้าบอกตัวเองว่าเราทำไม่ได้ เราก็จะทำไม่ได้ แต่ถ้าน้องตั้งเป้าข้างหน้ามันมีอุปสรรคแน่แต่ถ้าเราตั้งเป้าไม่ว่าวันใดวันหนึ่งน้องจะประสบความสำเร็จ” 

การเปลี่ยนความเชื่อตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย 

“แต่มันไม่ยากเลย มันคือการปลดล๊อก ปอเป็นคนมองโลกในแง่ดี ปอเจอปัญหามากมาย แต่ปอเองก็จะคิดว่า ให้ปัญหามันเข้ามาให้ถึงที่สุด แล้วเราก็ค่อยสนุกกับการเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา ซึ่งถ้าเราไม่เจอปัญหาเราก็จะไม่เข้าใจ” 

ฝากถึงน้องๆ กศนเพื่อจะสร้างให้เค้าเกิดแรงบันดาลใจ ให้เค้าสู้กับชีวิตที่มันอาจจะเกิดมาไม่เท่ากัน ?

ปออยากจะบอกว่าต้นทุนของชีวิตเรามาไม่เท่ากัน แต่เราต้องตั้งหลักดีๆ มีสติ อย่าไปท้อ และอยากให้สังคมหรือคำพูดใครมาทำให้เราท้อเด็ดขาด ถ้าจะท้อ จงท้อด้วยตัวเองแล้วลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง ต้องมีสติ 

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย ปรียา ภู่พิชยพงศ์ และ รจนา มโนวลัยเลา ยูเนสโก กรุงเทพฯ 

     


องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ จัดทำบทสัมภาษณ์พิเศษบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย อาทิเช่น นักแสดง นักร้อง และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือคนดังที่มีอิทธิพลต่อเยาวชน ถึงวิธีการสร้างแรงผลักดันจูงใจตนเอง เป้าหมายชีวิตและการทำงาน เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ และข้อคิดคำแนะนำดีๆ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชนที่รับการศึกษานอกระบบ (กศน).ทั่วประเทศ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการสร้างพลังให้แก่เยาวชนผ่านทางโทรศัพท์มือถือ” โดยองค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศไทย ในการริเริ่ม “โครงการสร้างพลังให้แก่เยาวชนผ่านทางโทรศัพท์มือถือ” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน โดยเฉพาะนักศึกษากศน. ให้เกิดมีแรงกระตุ้น และแรงจูงใจในการใช้ชีวิต รวมทั้งการเรียนรู้ทักษะชีวิตที่จำเป็น จุดเด่นจุดด้อยในตน จุดหมายในชีวิต ความสงบภายในจิตใจ ตลอดจนการสร้างนิสัยให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ ได้ส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือเป็นภาษาไทย โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2554 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องจากการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อความหวังและความต้องการของเยาวชนไทย ซึ่งมีเยาวชนนักศึกษากศน. ทั้งจากจังหวัดกรุงเทพฯ และเชียงรายเข้าร่วมกว่า 100 คน และเมื่อเร็วๆนี้ องค์การยูเนสโก ได้มีการจัดกิจกรรมที่สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ทีเคพาร์ค เพื่อให้นักศึกษากศน. กว่า 70 คน ได้พบปะกับ 2 ดาราดัง “หมอก้อง” สรวิชญ์ สุบุญ และ “มิน” พีชญา วัฒนามนตรี และฟังประสบการณ์ชีวิตของทั้ง 2 ในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเอง นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายกลุ่มเยาวชนขึ้นบนเว็บไซต์เครือข่ายสังคม เช่น เพจในเฟสบุค ชื่อว่า Youth Empowerment in Thailand และ Youth Empowerment Group โดยทำขึ้นเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเยาวชนจะได้รับข่าวสารข้อมูลเชิงบวก รวมถึงวิดีโอคลิป ด้านการพัฒนาทักษะชีวิต คำคมหรือข้อความดีๆที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยเยาวชนสามารถแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นได้ และในขณะนี้มีเยาวชนกว่า 1,500 คน ที่ได้รับข้อมูลใหม่ๆจาก Youth Empowerment เพจทุกวัน 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อโศวิรินทร์ ชวนประพันธ์ (s.chuanprapun[at]unesco.org)
เฟสบุคของโครงการฯ Youth Empowerment in Thailand

  



15.10.2012