Follow Us:

รายงานองค์การยูเนสโกเตือนวิกฤติเศรษฐกิจส่อภัยฉุดการศึกษาทั่วโลก

23.06.2010

กรุงเทพฯ, 23 มิถุนายน 2553 – รายงานการติดตามโครงการการศึกษาเพื่อปวงชน ประจําปี 2553 ว่าด้วยการเข้าถึงผู้ด้อยโอกาส (2010 Education for All Global Monitoring Report – Reaching the marginalized) ที่จะเปิดตัวในวันที่ 25 มิถุนายน 2553 ที่กรุงเทพฯ ชี้วิกฤติเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบทำให้เด็กกว่าล้านคนในหลายประเทศที่ยากจนที่สุดทั่วโลกไม่ได้เรียนหนังสือ

รายงานภายใต้การกำกับดูแลขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ฉบับนี้เตือนว่าการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายของการศึกษาเพื่อปวงชนกำลังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรัฐบาลล้มเหลวในการจัดการกับความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน อันได้แก่ ความความไม่เท่าเทียมทางรายได้ เพศ ถิ่นที่อยู่ เชื้อชาติ ภาษา ความพิการ และปัจจัยที่เสียเปรียบอื่นๆ

“ในขณะที่ประเทศร่ำรวยเฝ้าดูแลการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประเทศยากจนหลายประเทศเผชิญกับแนวโน้มความเป็นไปได้ของการถดถอยทางการศึกษา เราไม่ควรทำให้เด็กต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษาที่พวกเขาควรจะมี ซึ่งอาจจะทำให้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้” นางไอรินา โบโกว่า ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกกล่าว

รายงานการติดตามโครงการการศึกษาเพื่อปวงชนซึ่งหน่วยงานอิสระได้จัดทำขึ้นในทุกๆ ปีและตีพิมพ์โดยองค์การยูเนสโกนั้น ประเมินความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายทั้งหกประการของการศึกษาเพื่อปวงชนซึ่ง 164 ประเทศได้ร่วมตกลงไว้ในปี 2543

รายงานประจําปี 2553 ว่าด้วยการเข้าถึงผู้ด้อยโอกาส ชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาทางการศึกษาหลายอย่างที่โดดเด่นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ดี ในการดำเนินการเพื่อมุ่งไปสู่การบรรลุเป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชนขั้นพื้นฐานภายในปี 2558 รายงานฉบับนี้ก็ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวเรื่อยมาของรัฐบาลที่ไม่ใส่ใจในความไม่เท่าเทียมกันอย่างรุนแรงในประเทศ และผู้บริจาคที่ไม่สามารถสนับสนุนได้ตามความต้องการที่ควรจะเป็น ในรายงานประเมินส่วนต่างทางการเงินในแต่ละปีในการบรรลุเป้าหมายสำคัญทางการศึกษาไว้ที่ 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการประเมินครั้งก่อนอย่างมาก

โครงการการศึกษาเพื่อปวงชนเป็นความร่วมมือในระดับสากลที่มีรัฐบาล หน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชนในระดับนานาชาติ หน่วยงานองค์การสหประชาชาติ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ โดยมีเป้าหมายในการทำงานหลักๆ  6 ประการ ได้แก่  การเพิ่มและปรับปรุงศักยภาพการดูแลและการศึกษาเด็กก่อนวัยเรียน  การที่เด็กทุกคนได้รับการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน  การเรียนรู้ตลอดชีพและทักษะชีวิต การรู้หนังสือในเยาวชนและผู้ใหญ่ การขจัดความไม่เสมอภาคทางเพศในด้านการศึกษาทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา  และการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา ซึ่งเป้าหมายของโครงการดังกล่าวล้วนนำไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ

รายงานการติดตามผลโครงการการศึกษาเพื่อปวงชนปี 2553 มีกำหนดเปิดตัว อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มิถุนายน 2553 เวลา 9:00-12.00 น. ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ห้อง 105 ชั้น 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภายในงาน จะมีการอภิปรายโดย

  1. Albert Motivans, Chief, Education Indicators and Data Analysis Section, UNESCO Institute for Statistics
  2. Abhimanyu Singh, Director, UNESCO Beijing Office; Former Director, UNESCO Division of International Coordination and Monitoring of EFA (2005) and Former Lead Manager of UNESCO’s Dakar follow-up Unit (2001)
  3.  Harry Anthony Patrinos, Lead Economist, World Bank
  4.  Anupama Rao Singh, Regional Director, UNICEF East Asia and Pacific Office

การประชุมโต๊ะกลมภายใต้หัวข้อ “การช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ ภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลก: ตัวอย่างจากประเทศไทย” จะมีขึ้นตั้งแต่เวลา 1:30-   3.30 น. ณ สถานที่เดียวกัน การประชุมนี้จัดโดยองค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ และกระทรวงศึกษาธิการ

 ครู-อาจารย์ ผู้บริหาร นักวางแผน ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานองค์การสหประชาชาติ องค์กรอิสระ และผู้แทนหน่วยงานเพื่อการพัฒนา พร้อมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิสากล จะเข้าร่วมในงานนี้

ข้อมูลที่น่าสนใจบางส่วนจากรายงานการศึกษาเพื่อปวงชน ปี 2553  มีดังนี้

  • อัตราการตายของเด็กทั่วโลกลดลง อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของการพัฒนาแห่งสหัสวรรษยังคงอยู่ห่างไกล ซึ่งมีการตั้งเป้าลดอัตราการตายของเด็กลงให้เหลือเพียงสองในสามจากปี 2533 ภายในปี 2558  ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก นั้นเป็นไปอย่างถูกทางแล้ว โดยในจำนวนเด็กแรกเกิด 1,000 คน มี 31 คนที่เสียชีวิตก่นอายุ 5 ขวบ  เมื่อพิจารณาถึงอัตราการตายของเด็กในแปซิฟิก พบว่ามี 36 เปอร์เซ็นต์  โดยสูงกว่าในเอเชียตะวันออก สำหรับประเทศไทยพบว่าจากเด็ก 1000 คน มี 11 คน ที่ไม่สามารถมีชีวิตรอดจนถึงอายุ 5 ขวบ
     
  • โดยเฉลี่ย มีเด็ก 83 คนจาก ทุก 1,000 คนที่เกิดในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันตกที่ไม่สามารถมีชีวิตรอดจนอายุ 5 ขวบ ในขณะที่อัตรานี้สูงเกือบถึง 100 คน (จาก 1000 คน)  ในปากีสถาน และ 235 คนในอัฟกานิสถาน  ส่วนศรีลังกาได้ลดอัตราการตายของเด็กลงได้เหลือ 13 เปอร์เซ็นต์ จากทุก 1,000 คน

  • ตั้งแต่ปี 2542 อัตราการเข้าเรียนในระดับก่อนประถมศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกสูงขึ้นร้อยละ 4 โดยมีเด็กเข้าเรียนในระดับดังกล่าว 39 ล้านคนในปี 2550  ในบรรดาประเทศที่หาข้อมูลได้ พบว่า ประเทศไทยและเกาหลีใต้มีนักเรียนเข้าเรียนในระดับก่อนประถมศึกษาประมาณหรือสูงกว่าร้อยละ 90

  • เด็กๆ ทั่วโลกกว่า 72 ล้านคนที่ไม่มีโอกาสเรียนในระดับประถมศึกษาในปี 2550  ในปีเดียวกันนี้ พบว่ามีเด็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไม่ได้เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาประมาณ 27 ล้านคน ลดจากปี 2542 ถึงเกือบ 18 ล้านคน  ในปีการศึกษา 2550 ในประเทศไทยมีเด็ก 264,000 คนไม่มีโอกาสเรียนในระดับประถมศึกษา ในจำนวนนี้พบว่าเป็นเพศหญิงราวร้อยละ 43

  • มีผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือ 759 ล้านคนทั่วโลก โดยเกือบ 108 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกไม่สามารถอ่านออก หรือเขียนได้ และ ขาดทักษะการคำนวณขั้นพื้นฐานซึ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันตก มีผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือ 391 ล้านคน โดย 270 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศอินเดีย

  • ประเทศจีนและอินเดียเป็นสองในสิบประเทศของโลกที่มีผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือมากที่สุด คือ เกือบ 71 ล้านคน และ 13 ล้านคน ตามลำดับ นับเป็นสัดส่วนกว่าหนึ่งในสามของผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือในภูมิภาคนี้ ในทางกลับกัน ตั้งแต่ปี 2543-2550 พบว่ามีผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือราว 3 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ร้อยละ 66 เป็นผู้หญิง

  • อัตราการรู้หนังสือของผู้ใหญ่ในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันตกได้เพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ระหว่างปี 2528-2537 และ 2543-2550

  • ในเอเชียตะวันออก คนในหลากหลายรุ่นสามารถเข้าถึงการศึกษามากขึ้น ส่งผลให้ระดับการรู้หนังสือในภูมิภาคนี้สูงขึ้น  ในผู้ใหญ่อัตราการรู้หนังสือ  ระหว่างปี 2543 และ 2550 อยู่ที่ร้อยละ 98 เทียบกับร้อยละ 93 เป็นที่คาดการณ์ว่าอัตราการรู้หนังสือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับปี 2558 คือ คาดว่าจะมีผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือร้อยละ 4.6 ในขณะที่เป้าที่ตั้งไว้คือร้อยละ 4.1

  • ครูเป็นปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุดต่อการศึกษา ในหลายประเทศ การขาดแคลนครูที่ได้รับการอบรมไม่ว่าจะในการศึกษาระดับใดก็ตาม เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชน   ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกปัญหาหลักที่เกียวกับครู คือการขาดแคลนครูที่ได้รับการอบรม การทดแทนครูในปัจจุบัน การดึงดูดและทำให้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติดีอยู่ในตำแหน่งครู และการเพิ่มขวัญและกำลังใจครู

  • ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จำเป็นต้องรับสมัครและอบรมครูโรงเรียนประถมจำนวน 2.1 ล้านคนเพื่อทดแทนครูที่เกษียณหรือออกจากตำแหน่ง นับเป็นสัดส่วนหนึ่งในสี่ของครูโรงเรียนประถมที่ทั่วโลกต้องการจำนวน 8.4 ล้านคน

  • การช่วยเหลือระดับนานาชาติเป็นส่วนสำคัญของสัญญาการศึกษาเพื่อปวงชนและในการบรรลุเป้าหมายทางการศึกษา  สำหรับการช่วยเหลือด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานจากหน่วยงานระดับนานาชาติพบว่าเพิ่มขึ้นหกเท่า จาก US$2.7 พันล้าน ถึงราว US$16 พันล้าน  ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก การช่วยเหลือด้านการศึกษาทั้งปีในปี 2549-2550 มีมูลค่ารวมกว่า US$2.1 พันล้าน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก US$1.3 พันล้านต่อปีจากปี 2542-2543  สำหรับภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันตก มูลค่าการช่วยเหลือรวมต่อปีในปี 2549-2550 คือ US$1.3 พันล้าน เพิ่มขึ้นจาก US$0.9 พันล้านในปี 2542-2543

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าเว็บไซต์ www.unesco.org/en/efareport/reports/2010-marginalization/ และผู้สื่อข่าวที่สนใจเข้าร่วมติดต่อ คุณ รจนา มโนวลัยเลา (r.manowalailao@unesco.org) หรือโทรศัพท์ 0 2391 1123 ต่อ 347